หากคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมและกังวลว่าจะรับมือน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน คำตอบคือ ตั้งสติ ตัดระบบไฟฟ้าในจุดเสี่ยงทันที ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และปฏิบัติตามแนวทางเอาชีวิตรอด Step by Step
ในช่วงที่มวลน้ำหลากมักเกิดภาวะน้ำรอการระบายในหลายพื้นที่ การรู้เทคนิคกั้นน้ำแบบฉุกเฉิน วิธีการวิดน้ำออกจากบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงข้อควรระวังเรื่องไฟฟ้าดูดและสัตว์มีพิษ จะช่วยให้คุณและครอบครัวผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยโดยสูญเสียน้อยที่สุด
จากสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 ที่มีปริมาณฝนตกสะสมสูงต่อเนื่อง กรมชลประทานจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อรองรับมวลน้ำเหนือ ส่งผลให้หลายพื้นที่ลุ่มต่ำในภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต้องเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายครัวเรือนต้องตั้งรับอย่างกะทันหัน ท่ามกลางกระแสข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ที่สร้างความตื่นตระหนก บทความนี้ได้รวบรวมแนวทางปฏิบัติตัวตั้งแต่ก่อนน้ำเข้าบ้าน ระหว่างน้ำท่วมขัง ไปจนถึงข้อควรระวังสำคัญที่สุดไว้อย่างละเอียด
Table of Contents
เฟสที่ 1 การรับมือน้ำท่วม (ก่อนน้ำท่วม-ระหว่างน้ำท่วม)
เมื่อเริ่มมีสัญญาณหรือเห็นระดับน้ำในลำคลองรอบบ้านเพิ่มสูงขึ้น การบริหารจัดการเวลาและลำดับความสำคัญคือหัวใจสำคัญที่สุด ดังนี้
1. การเช็กข่าวสารและตรวจสอบความจริง : อย่าเพิ่งตื่นตระหนก
- ตรวจสอบจากแหล่งข่าวทางการหลายแห่ง ก่อนจะตัดสินใจขนย้ายสิ่งของหรืออพยพ ให้เช็กข้อมูลสอดคล้องกันอย่างน้อย 2-3 แหล่ง ไม่ควรเชื่อคลิปเก่าหรือข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์โดยยังไม่ได้ตรวจสอบ
- ช่องทางอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตรวจสอบประกาศเตือนภัยและแจ้งเหตุได้ที่เว็บไซต์กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือสายด่วนนิรภัย 1784
- กรมอุตุนิยมวิทยา เช็กเส้นทางฝนและพยากรณ์อากาศล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา
- กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนและการระบายน้ำได้ที่เว็บไซต์กรมชลประทาน และรายงานสถานการณ์น้ำประจำวัน
- ประเมินความเสี่ยงตามจริง ดูว่าบ้านของคุณอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทางน้ำไหลผ่าน หรืออยู่ในแนวคันกั้นน้ำหรือไม่ หากมีความเสี่ยงจริง ให้เริ่มวางแผนทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำทะลักเข้าบ้าน
2. ลำดับความสำคัญในการทำงาน : เรียงตามความจำเป็น
หากมีเวลาจำกัด ให้ทำตามลำดับต่อไปนี้เพื่อลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด
- ลำดับที่ 1 (สำคัญที่สุด) สับคัตเอาต์หรือสวิตช์ไฟชั้นล่าง เพื่อป้องกันไฟรั่วและไฟดูด
- ลำดับที่ 2 ย้ายปลั๊กพ่วง เอกสารสำคัญ (ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน, โฉนด, กรมธรรม์) และยารักษาโรคขึ้นที่สูง
- ลำดับที่ 3 ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นชั้นสองหรือจุดที่พ้นระดับน้ำ
- ลำดับที่ 4 ทำแนวป้องกันน้ำเข้าบ้าน และอุดร่องระบายน้ำภายในบ้าน
3. การกั้นน้ำเข้าบ้าน กระสอบทราย vs สิ่งของแก้ขัดฉุกเฉิน
- กรณีมีกระสอบทราย
- เรียงกระสอบทรายเป็นรูปทรงฐานกว้าง (คล้ายพีระมิด) โดยวางปากถุงหันไปทิศทางตรงข้ามกับกระแสน้ำ
- วางพลาสติกผืนใหญ่อยู่ใต้แนวกระสอบทรายแล้วพับทบขึ้นมาด้านหน้าเพื่อป้องกันน้ำซึมตามร่องทราย
- ตบกระสอบทรายให้แน่นเรียบติดกันทุกชั้น
- กรณีไม่มีกระสอบทราย (ไอเดีย DIY แก้ขัด)
- ถุงขยะใส่น้ำ (ถุงน้ำแนวกั้น) นำถุงขยะดำหนา ๆ มาใส่ถุงพลาสติกซ้อนกัน 2-3 ชั้น จากนั้นเปิดน้ำใส่ถุงประมาณ 2 ใน 3 ของความจุ มัดปากถุงให้แน่น วางเรียงซ้อนกันแทนกระสอบทราย ถุงน้ำจะปรับรูปร่างแนบชิดติดพื้นและผนังได้ดีมาก แนบสนิทกว่ากระสอบทราย
- จุดที่ต้องปิดกั้นเร่งด่วน ประตูหน้าบ้าน, ร่องช่องว่างใต้ประตู, ท่อระบายน้ำทิ้งในห้องน้ำชั้นล่าง, ตะแกรงระบายน้ำในครัว (น้ำมักจะดันย้อนขึ้นมาจากท่อระบายน้ำก่อนเสมอ)
- อุดท่อน้ำทิ้งย้อน ใช้ถุงใส่น้ำวางทับบนฝาท่อระบายน้ำทุกจุดในบ้านเพื่อป้องกันน้ำดันย้อนเข้าทางท่อ
4. แต่งกายอย่างไรให้ปลอดภัย
- ชุดหมีกันน้ำ หากต้องเดินลุยน้ำระดับเอวหรืออก การใส่ชุดหมีกันน้ำจะช่วยป้องกันผิวสัมผัสกับน้ำครำ สัตว์มีพิษ และเชื้อโรคได้อย่างดีเยี่ยม
- รองเท้าบูทยาง หากน้ำสูงระดับแข้งหรือเข่า ควรใส่รองเท้าบูทยางหนาที่มีพื้นกันลื่น เพื่อป้องกันเศษกระจก ตะปู หรือสิ่งของมีคมบาดเท้า
- วิธีแก้ขัด : ถุงขยะครอบขา หากไม่มีรองเท้าบูท ให้ใช้ถุงขยะหนาครอบขาตั้งแต่เท้าขึ้นไปถึงเหนือเข่า แล้วใช้เทปใสหรือยางรัดพันปิดกั้นตรงขอบขาให้แน่น ช่วยป้องกันน้ำสัมผัสผิวหนังชั่วคราวได้ดี
5. การเตรียมถุงยังชีพและการซื้อของตุน
หากน้ำเริ่มเอ่อล้น แต่ยังเดินทางออกไปได้ ให้รีบออกไปซื้อของจำเป็นทันทีโดยไม่ต้องตุนจนเกินความจำเป็น ของที่ต้องเตรียมใน “ถุงยังชีพประจำบ้าน” ได้แก่
- น้ำดื่มสะอาด สำคัญที่สุด จัดเตรียมไว้อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อคนต่อวัน
- อาหารแห้งและอาหารพร้อมทาน ข้าวสาร, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อาหารปลากระป๋อง, นมกล่อง, ขนมปัง หรืออาหารพลังงานสูงที่ไม่ต้องต้มสุก
- ของใช้ส่วนตัวและสุขอนามัย ผ้าอนามัย (จำเป็นมากสำหรับผู้หญิง และใช้ซับน้ำชั่วคราวได้ดี), กระดาษชำระ, ถุงขยะสำหรับขับถ่าย (กรณีสืบเนื่องจากห้องน้ำใช้การไม่ได้)
- ยารักษาโรคและชุดปฐมพยาบาล ยาประจำตัว, พาราเซตามอล, ยาแก้ท้องเสีย, ยาเบตาดีน, ผงเกลือแร่, ยาทาแก้ผื่นคัน และยาทากันยุง
- อุปกรณ์สื่อสารและแสงสว่าง แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ที่ชาร์จเต็มแล้ว, ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง, นกหวีด (ไว้ขอความช่วยเหลือ)
6. การจัดการรถยนต์และพาหนะ
- จุดจอดรถที่ปลอดภัย ขับรถไปจอดบนที่สูง เช่น อาคารจอดรถของห้างสรรพสินค้า, ลานจอดรถที่หน่วยงานราชการเปิดให้ลงทะเบียนจอดฟรี หรือขอบทางด่วนที่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
- กรณีปลดขั้วแบตเตอรี่ หากจำเป็นต้องจอดรถไว้ในพื้นที่เสี่ยงแล้วย้ายไม่ทัน ให้ปลดขั้วแบตเตอรี่ออก (ขั้วลบ) โดยใช้ประแจ เพื่อลดความเสียหายของระบบไฟฟ้าในตัวรถเมื่อถูกน้ำท่วม
- การเคลื่อนย้าย หากรถจมน้ำแล้ว ห้ามสตาร์ตรถเด็ดขาด ให้ใช้บริการรถสไลด์ยกลากเพื่อนำเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมเท่านั้น
7. เทคนิควิดน้ำออกจากบ้านให้อยู่หมัด
หากน้ำซึมเข้าบ้านหรือแนวกั้นน้ำมีรั่วซึม การวิดน้ำออกอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้พื้นที่ภายในบ้านแห้งพออยู่อาศัยได้
- ใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก จุ่มไดโว่/ปั๊มจุ่ม/ปั๊มแช่ลงในจุดที่ต่ำที่สุดของบ้าน เช่น แอ่งหน้าประตู แล้วต่อสายยางระบายน้ำออกไปนอกคันกั้น
- กั้นพื้นที่เล็กในบ้าน หากบ้านกว้างเกินไป ให้ใช้ถุงทรายหรือถุงน้ำกั้นโซนพื้นที่เฉพาะ เช่น กั้นเฉพาะห้องนอนหรือพื้นที่พักอาศัย เพื่อลดภาระการวิดน้ำ
- ใช้กะละมังร่วมกับถังตัดครึ่ง การใช้อุปกรณ์ตักน้ำขอบบางจะช่วยกวาดน้ำบนพื้นตักใส่ถังได้เร็วกว่าการใช้ขันเล็ก
- กวาดน้ำด้วยไม้กวาดยางดันน้ำ/ไม้เช็ดกระจก ดันน้ำมารวมกันที่จุดเดียวเพื่อสูบหรือตักออก จะช่วยประหยัดแรงได้อย่างมาก
เฟสที่ 2 ข้อควรระวังและอันตรายร้ายแรงระหว่างน้ำท่วม
วิกฤตน้ำท่วมมักตามมาด้วยภัยเงียบที่มองไม่เห็น ทั้งกระแสไฟฟ้าและอันตรายจากสัตว์มีพิษ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บและเสียชีวิต
1. อันตรายจากกระแสไฟฟ้าและวิธีสังเกตไฟดูด
กระแสไฟฟ้าในน้ำเป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) อย่างเคร่งครัด
- วิธีสังเกตสัญญาณเตือนไฟรั่วในน้ำ
- หากเดินเข้าใกล้บริเวณน้ำท่วมแล้วรู้สึกชา จี๊ด ๆ หรือเหมือนมีเข็มเล็ก ๆ แทงที่ปลายเท้า ให้หยุดทันที เพราะนั่นคือสัญญาณไฟรั่ว
- สังเกตเห็นฟองอากาศพุ่งขึ้นจากน้ำผิดปกติ บริเวณใกล้เสาไฟ ปลั๊กไฟ หรือตู้ควบคุม
- ได้ยินเสียงหึ่ง ๆ จากกระแสไฟ หรือเสียงช็อตจากสวิตช์และตู้ไฟ
- กรณีที่ 1 น้ำยังไม่ถึงระดับปลั๊กไฟ
- ให้รีบสับเบรกเกอร์/คัตเอาต์แยกเฉพาะชั้นล่างลงทันที
- ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่ตั้งอยู่บนพื้นชั้นล่าง
- ย้ายปลั๊กพ่วงและสายไฟขึ้นที่สูง ไม่ให้ตกลงมาสัมผัสน้ำ
- กรณีที่ 2 น้ำท่วมถึงระดับปลั๊กไฟหรือตู้ไฟชั้นล่างแล้ว
- ห้ามลุยน้ำเข้าไปสับคัตเอาต์เด็ดขาด เพราะน้ำบนพื้นเป็นตัวนำไฟฟ้าตรงเข้าสู่ร่างกาย
- ให้ขึ้นไปบนชั้นสอง หรือใช้ไม้แห้ง/พลาสติกแห้งยาว ๆ สับเบรกเกอร์ใหญ่จากจุดที่แห้งและปลอดภัยเท่านั้น
- หากไม่สามารถสับไฟได้ ให้โทรแจ้งการไฟฟ้าในพื้นที่หรือสายด่วน ปภ. 1784 เพื่อประสานงานตัดกระแสไฟฟ้าภายนอกบ้าน
2. สัตว์อันตรายและเชื้อโรคที่มากับน้ำ
น้ำท่วมทำให้สัตว์มีพิษหนีน้ำขึ้นมาปะปนในที่อยู่อาศัย รวมถึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ
- งู ตะขาบ แมงป่อง และสัตว์มีพิษ
- จุดซ่อนตัวที่ต้องระวัง สัตว์เหล่านี้มักหนีน้ำไปแอบตามรองเท้าผ้าใบ, กองเสื้อผ้าเปียก, ซอกตู้, ถุงขยะ และเบาะโซฟา
- แนวทางป้องกัน เคาะรองเท้าก่อนใส่ทุกครั้ง ใช้ไม้เคาะสำรวจกองสิ่งของก่อนหยิบจับ ตรวจเช็กคราบผ้าและผ้าห่มบนเตียงก่อนนอน
- หากถูกสัตว์มีพิษกัด จดจำลักษณะสัตว์ให้ชัดเจน ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด เคลื่อนไหวส่วนที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด และโทรประสาน 1669 เพื่อนำส่งโรงพยาบาลทันที
- โรคฉี่หนู (Leptospirosis) และพยาธิ
- ข้อห้ามสำคัญ ห้ามเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า โดยเฉพาะคนที่มีบาดแผล แผลถลอก หรือโรคผิวหนังที่เท้า เพราะเชื้อฉี่หนูและพยาธิจะซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
- การดูแลสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดอุ้งเท้าและขนของหมาและแมวด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีหลังจากสัมผัสน้ำท่วม เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงติดเชื้อหรือนำเชื้อโรคเข้าบ้าน
เฟสที่ 3 ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด
เมื่อสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายและน้ำลดลงแล้ว ยังมีขั้นตอนสำคัญในการฟื้นฟูบ้านอย่างปลอดภัย ตรวจเช็กระบบไฟฟ้า ขัดคราบโคลน กฎเหล็กการดูแลรถจมน้ำ รวมถึงการรักษาสิทธิในการลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ
สรุปแนวทางปฏิบัติสำคัญ 8 ข้อที่ต้องดำเนินการทันทีหลังน้ำลด เพื่อฟื้นฟูบ้าน ยานพาหนะ และดูแลสุขภาพอย่างปลอดภัย
- ตัดระบบไฟฟ้าและตรวจเช็กก่อนใช้งาน สับคัตเอาต์ตัดไฟก่อนเข้าบ้านเสมอ และให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบตู้ควบคุม สายไฟ รวมถึงปลั๊กไฟให้แห้งสนิทและปลอดภัยก่อนเปิดใช้งาน
- เร่งขัดคราบโคลนขณะยังเปียก ฉีดล้างโคลนทันทีโดยใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานตามประเภทพื้นผิว แล้วทำความสะอาดขั้นตอนสุดท้ายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น Dettol หรือน้ำยาซักผ้าขาว
- ทิ้งปลั๊กพ่วงและปลั๊กสามตาที่จมน้ำ ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่เด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดสนิมภายในและลดเสี่ยงอัคคีภัยจากไฟลัดวงจร
- ห้ามสตาร์ตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ปลดขั้วแบตเตอรี่เพื่อตัดระบบไฟทันที และใช้บริการรถสไลด์ยกลากเข้าอู่หรือศูนย์บริการเท่านั้น
- ทำความสะอาดรถอย่างถูกวิธี ใช้น้ำแรงดันต่ำฉีดล้างตัวรถ ถอดพรมและเบาะออกซักตากแดด ห้ามใช้สายยางฉีดน้ำเข้าภายในห้องโดยสาร และห้ามใช้น้ำแรงดันสูงฉีดอัดห้องเครื่องหรือเรือนไมล์
- สวมรองเท้าบูทยางและดูแลสัตว์เลี้ยง ใส่บูทยางทุกครั้งที่เดินลุยน้ำหรือโคลนเพื่อป้องกันโรคฉี่หนูและพยาธิชอนไชผิวหนัง พร้อมฟอกล้างทำความสะอาดอุ้งเท้าและขนของสัตว์เลี้ยงหลังสัมผัสน้ำท่วม
- ประเมินและดูแลสุขภาพจิตใจ หากมีภาวะเครียดสะสมหลังประสบภัย สามารถติดต่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือแอปพลิเคชัน OOCA
- ยื่นขอรับเงินเยียวยาอุทกภัย ลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือยื่นคำร้อง ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือสำนักงานเขตในพื้นที่
อ่านต่อใน คู่มือฟื้นฟูหลังน้ำท่วม : 8 สิ่งต้องรีบทำทันทีหลังน้ำลด ดูแลคน สัตว์ รถ บ้าน จิตใจ
แหล่งอ้างอิงและเบอร์สายด่วนฉุกเฉิน (ติดต่อกรณีไหนบ้าง)
- สายด่วนนิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โทร. 1784 เว็บไซต์ ปภ. ติดต่อแจ้งเหตุอุทกภัย ขอความช่วยเหลือในการอพยพ ขอเรือยาง หรือรับถุงยังชีพฉุกเฉิน
- ศูนย์พยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182 เว็บไซต์ กรมอุตุฯ ติดต่อเช็กสภาพอากาศ ทิศทางพายุ และประกาศเตือนภัยฝนตกหนักสะสม
- สายด่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) โทร. 1129 เว็บไซต์ PEA ติดต่อแจ้งตัดไฟฉุกเฉิน ไฟรั่ว เสาไฟล้ม หรือหม้อแปลงระเบิด (สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด)
- สายด่วนการไฟฟ้านครหลวง (MEA) โทร. 1130 เว็บไซต์ MEA ติดต่อแจ้งตัดไฟฉุกเฉิน ไฟรั่ว เสาไฟล้ม หรือสายไฟขาด (สำหรับพื้นที่ กทม., นนทบุรี และสมุทรปราการ)
- สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) โทร. 1669 ติดต่อเมื่อมีผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน ถูกสัตว์มีพิษกัด หรือต้องการรถพยาบาลรับผู้ป่วยลุยน้ำท่วม
การสื่อสารภัยพิบัติที่เข้าใจง่ายยามวิกฤต
Learn Studio เป็นพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Visual Communication และ Motion Graphic ที่พร้อมช่วยหน่วยงานภาครัฐ องค์กร และแบรนด์ต่าง ๆ ย่อยข้อมูลเตือนภัย ขั้นตอนการปฏิบัติตัวในภาวะวิกฤต ตลอดจนมาตรการช่วยเหลืออุทกภัยที่ซับซ้อน ให้กลายเป็น Visual Note, Infographic และคลิปวิดีโอเข้าใจง่าย สื่อสารตรงถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำผ่านทุกช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลความปลอดภัยที่ถูกต้องและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีในยามเกิดภัยพิบัติ

ภาพจาก Next News
บทความโดย ทีม Learn Studio


