รับมือน้ำท่วมใน 3 เฟส To Do ที่ต้องทำทันที “ก่อน-หลัง” น้ำทะลักเข้าบ้าน

รับมือน้ำท่วมใน 3 เฟส To Do ที่ต้องทำทันทีก่อน-หลังน้ำทะลักเข้าบ้าน

หากคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมและกังวลว่าจะรับมือน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน คำตอบคือ ตั้งสติ ตัดระบบไฟฟ้าในจุดเสี่ยงทันที ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และปฏิบัติตามแนวทางเอาชีวิตรอด Step by Step

ในช่วงที่มวลน้ำหลากมักเกิดภาวะน้ำรอการระบายในหลายพื้นที่ การรู้เทคนิคกั้นน้ำแบบฉุกเฉิน วิธีการวิดน้ำออกจากบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงข้อควรระวังเรื่องไฟฟ้าดูดและสัตว์มีพิษ จะช่วยให้คุณและครอบครัวผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยโดยสูญเสียน้อยที่สุด

จากสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 ที่มีปริมาณฝนตกสะสมสูงต่อเนื่อง กรมชลประทานจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อรองรับมวลน้ำเหนือ ส่งผลให้หลายพื้นที่ลุ่มต่ำในภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต้องเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายครัวเรือนต้องตั้งรับอย่างกะทันหัน ท่ามกลางกระแสข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ที่สร้างความตื่นตระหนก บทความนี้ได้รวบรวมแนวทางปฏิบัติตัวตั้งแต่ก่อนน้ำเข้าบ้าน ระหว่างน้ำท่วมขัง ไปจนถึงข้อควรระวังสำคัญที่สุดไว้อย่างละเอียด

Table of Contents

เฟสที่ 1 การรับมือน้ำท่วม (ก่อนน้ำท่วม-ระหว่างน้ำท่วม)

เมื่อเริ่มมีสัญญาณหรือเห็นระดับน้ำในลำคลองรอบบ้านเพิ่มสูงขึ้น การบริหารจัดการเวลาและลำดับความสำคัญคือหัวใจสำคัญที่สุด ดังนี้

1. การเช็กข่าวสารและตรวจสอบความจริง : อย่าเพิ่งตื่นตระหนก

  • ตรวจสอบจากแหล่งข่าวทางการหลายแห่ง ก่อนจะตัดสินใจขนย้ายสิ่งของหรืออพยพ ให้เช็กข้อมูลสอดคล้องกันอย่างน้อย 2-3 แหล่ง ไม่ควรเชื่อคลิปเก่าหรือข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์โดยยังไม่ได้ตรวจสอบ
  • ช่องทางอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
  • ประเมินความเสี่ยงตามจริง ดูว่าบ้านของคุณอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทางน้ำไหลผ่าน หรืออยู่ในแนวคันกั้นน้ำหรือไม่ หากมีความเสี่ยงจริง ให้เริ่มวางแผนทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำทะลักเข้าบ้าน

2. ลำดับความสำคัญในการทำงาน : เรียงตามความจำเป็น

หากมีเวลาจำกัด ให้ทำตามลำดับต่อไปนี้เพื่อลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด

  • ลำดับที่ 1 (สำคัญที่สุด) สับคัตเอาต์หรือสวิตช์ไฟชั้นล่าง เพื่อป้องกันไฟรั่วและไฟดูด
  • ลำดับที่ 2 ย้ายปลั๊กพ่วง เอกสารสำคัญ (ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน, โฉนด, กรมธรรม์) และยารักษาโรคขึ้นที่สูง
  • ลำดับที่ 3 ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นชั้นสองหรือจุดที่พ้นระดับน้ำ
  • ลำดับที่ 4 ทำแนวป้องกันน้ำเข้าบ้าน และอุดร่องระบายน้ำภายในบ้าน

3. การกั้นน้ำเข้าบ้าน กระสอบทราย vs สิ่งของแก้ขัดฉุกเฉิน

  • กรณีมีกระสอบทราย
    • เรียงกระสอบทรายเป็นรูปทรงฐานกว้าง (คล้ายพีระมิด) โดยวางปากถุงหันไปทิศทางตรงข้ามกับกระแสน้ำ
    • วางพลาสติกผืนใหญ่อยู่ใต้แนวกระสอบทรายแล้วพับทบขึ้นมาด้านหน้าเพื่อป้องกันน้ำซึมตามร่องทราย
    • ตบกระสอบทรายให้แน่นเรียบติดกันทุกชั้น
  • กรณีไม่มีกระสอบทราย (ไอเดีย DIY แก้ขัด)
    • ถุงขยะใส่น้ำ (ถุงน้ำแนวกั้น) นำถุงขยะดำหนา ๆ มาใส่ถุงพลาสติกซ้อนกัน 2-3 ชั้น จากนั้นเปิดน้ำใส่ถุงประมาณ 2 ใน 3 ของความจุ มัดปากถุงให้แน่น วางเรียงซ้อนกันแทนกระสอบทราย ถุงน้ำจะปรับรูปร่างแนบชิดติดพื้นและผนังได้ดีมาก แนบสนิทกว่ากระสอบทราย
    • จุดที่ต้องปิดกั้นเร่งด่วน ประตูหน้าบ้าน, ร่องช่องว่างใต้ประตู, ท่อระบายน้ำทิ้งในห้องน้ำชั้นล่าง, ตะแกรงระบายน้ำในครัว (น้ำมักจะดันย้อนขึ้นมาจากท่อระบายน้ำก่อนเสมอ)
    • อุดท่อน้ำทิ้งย้อน ใช้ถุงใส่น้ำวางทับบนฝาท่อระบายน้ำทุกจุดในบ้านเพื่อป้องกันน้ำดันย้อนเข้าทางท่อ

4. แต่งกายอย่างไรให้ปลอดภัย

  • ชุดหมีกันน้ำ หากต้องเดินลุยน้ำระดับเอวหรืออก การใส่ชุดหมีกันน้ำจะช่วยป้องกันผิวสัมผัสกับน้ำครำ สัตว์มีพิษ และเชื้อโรคได้อย่างดีเยี่ยม
  • รองเท้าบูทยาง หากน้ำสูงระดับแข้งหรือเข่า ควรใส่รองเท้าบูทยางหนาที่มีพื้นกันลื่น เพื่อป้องกันเศษกระจก ตะปู หรือสิ่งของมีคมบาดเท้า
  • วิธีแก้ขัด : ถุงขยะครอบขา หากไม่มีรองเท้าบูท ให้ใช้ถุงขยะหนาครอบขาตั้งแต่เท้าขึ้นไปถึงเหนือเข่า แล้วใช้เทปใสหรือยางรัดพันปิดกั้นตรงขอบขาให้แน่น ช่วยป้องกันน้ำสัมผัสผิวหนังชั่วคราวได้ดี

5. การเตรียมถุงยังชีพและการซื้อของตุน

หากน้ำเริ่มเอ่อล้น แต่ยังเดินทางออกไปได้ ให้รีบออกไปซื้อของจำเป็นทันทีโดยไม่ต้องตุนจนเกินความจำเป็น ของที่ต้องเตรียมใน “ถุงยังชีพประจำบ้าน” ได้แก่

  • น้ำดื่มสะอาด สำคัญที่สุด จัดเตรียมไว้อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อคนต่อวัน
  • อาหารแห้งและอาหารพร้อมทาน ข้าวสาร, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อาหารปลากระป๋อง, นมกล่อง, ขนมปัง หรืออาหารพลังงานสูงที่ไม่ต้องต้มสุก
  • ของใช้ส่วนตัวและสุขอนามัย ผ้าอนามัย (จำเป็นมากสำหรับผู้หญิง และใช้ซับน้ำชั่วคราวได้ดี), กระดาษชำระ, ถุงขยะสำหรับขับถ่าย (กรณีสืบเนื่องจากห้องน้ำใช้การไม่ได้)
  • ยารักษาโรคและชุดปฐมพยาบาล ยาประจำตัว, พาราเซตามอล, ยาแก้ท้องเสีย, ยาเบตาดีน, ผงเกลือแร่, ยาทาแก้ผื่นคัน และยาทากันยุง
  • อุปกรณ์สื่อสารและแสงสว่าง แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ที่ชาร์จเต็มแล้ว, ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง, นกหวีด (ไว้ขอความช่วยเหลือ)

6. การจัดการรถยนต์และพาหนะ

  • จุดจอดรถที่ปลอดภัย ขับรถไปจอดบนที่สูง เช่น อาคารจอดรถของห้างสรรพสินค้า, ลานจอดรถที่หน่วยงานราชการเปิดให้ลงทะเบียนจอดฟรี หรือขอบทางด่วนที่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
  • กรณีปลดขั้วแบตเตอรี่ หากจำเป็นต้องจอดรถไว้ในพื้นที่เสี่ยงแล้วย้ายไม่ทัน ให้ปลดขั้วแบตเตอรี่ออก (ขั้วลบ) โดยใช้ประแจ เพื่อลดความเสียหายของระบบไฟฟ้าในตัวรถเมื่อถูกน้ำท่วม
  • การเคลื่อนย้าย หากรถจมน้ำแล้ว ห้ามสตาร์ตรถเด็ดขาด ให้ใช้บริการรถสไลด์ยกลากเพื่อนำเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมเท่านั้น

7. เทคนิควิดน้ำออกจากบ้านให้อยู่หมัด

หากน้ำซึมเข้าบ้านหรือแนวกั้นน้ำมีรั่วซึม การวิดน้ำออกอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้พื้นที่ภายในบ้านแห้งพออยู่อาศัยได้

  • ใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก จุ่มไดโว่/ปั๊มจุ่ม/ปั๊มแช่ลงในจุดที่ต่ำที่สุดของบ้าน เช่น แอ่งหน้าประตู แล้วต่อสายยางระบายน้ำออกไปนอกคันกั้น
  • กั้นพื้นที่เล็กในบ้าน หากบ้านกว้างเกินไป ให้ใช้ถุงทรายหรือถุงน้ำกั้นโซนพื้นที่เฉพาะ เช่น กั้นเฉพาะห้องนอนหรือพื้นที่พักอาศัย เพื่อลดภาระการวิดน้ำ
  • ใช้กะละมังร่วมกับถังตัดครึ่ง การใช้อุปกรณ์ตักน้ำขอบบางจะช่วยกวาดน้ำบนพื้นตักใส่ถังได้เร็วกว่าการใช้ขันเล็ก
  • กวาดน้ำด้วยไม้กวาดยางดันน้ำ/ไม้เช็ดกระจก ดันน้ำมารวมกันที่จุดเดียวเพื่อสูบหรือตักออก จะช่วยประหยัดแรงได้อย่างมาก

เฟสที่ 2 ข้อควรระวังและอันตรายร้ายแรงระหว่างน้ำท่วม

วิกฤตน้ำท่วมมักตามมาด้วยภัยเงียบที่มองไม่เห็น ทั้งกระแสไฟฟ้าและอันตรายจากสัตว์มีพิษ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บและเสียชีวิต

1. อันตรายจากกระแสไฟฟ้าและวิธีสังเกตไฟดูด

กระแสไฟฟ้าในน้ำเป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) อย่างเคร่งครัด

  • วิธีสังเกตสัญญาณเตือนไฟรั่วในน้ำ
    • หากเดินเข้าใกล้บริเวณน้ำท่วมแล้วรู้สึกชา จี๊ด ๆ หรือเหมือนมีเข็มเล็ก ๆ แทงที่ปลายเท้า ให้หยุดทันที เพราะนั่นคือสัญญาณไฟรั่ว
    • สังเกตเห็นฟองอากาศพุ่งขึ้นจากน้ำผิดปกติ บริเวณใกล้เสาไฟ ปลั๊กไฟ หรือตู้ควบคุม
    • ได้ยินเสียงหึ่ง ๆ จากกระแสไฟ หรือเสียงช็อตจากสวิตช์และตู้ไฟ
  • กรณีที่ 1 น้ำยังไม่ถึงระดับปลั๊กไฟ
    • ให้รีบสับเบรกเกอร์/คัตเอาต์แยกเฉพาะชั้นล่างลงทันที
    • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่ตั้งอยู่บนพื้นชั้นล่าง
    • ย้ายปลั๊กพ่วงและสายไฟขึ้นที่สูง ไม่ให้ตกลงมาสัมผัสน้ำ
  • กรณีที่ 2 น้ำท่วมถึงระดับปลั๊กไฟหรือตู้ไฟชั้นล่างแล้ว
    • ห้ามลุยน้ำเข้าไปสับคัตเอาต์เด็ดขาด เพราะน้ำบนพื้นเป็นตัวนำไฟฟ้าตรงเข้าสู่ร่างกาย
    • ให้ขึ้นไปบนชั้นสอง หรือใช้ไม้แห้ง/พลาสติกแห้งยาว ๆ สับเบรกเกอร์ใหญ่จากจุดที่แห้งและปลอดภัยเท่านั้น
    • หากไม่สามารถสับไฟได้ ให้โทรแจ้งการไฟฟ้าในพื้นที่หรือสายด่วน ปภ. 1784 เพื่อประสานงานตัดกระแสไฟฟ้าภายนอกบ้าน

2. สัตว์อันตรายและเชื้อโรคที่มากับน้ำ

น้ำท่วมทำให้สัตว์มีพิษหนีน้ำขึ้นมาปะปนในที่อยู่อาศัย รวมถึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ

  • งู ตะขาบ แมงป่อง และสัตว์มีพิษ
    • จุดซ่อนตัวที่ต้องระวัง สัตว์เหล่านี้มักหนีน้ำไปแอบตามรองเท้าผ้าใบ, กองเสื้อผ้าเปียก, ซอกตู้, ถุงขยะ และเบาะโซฟา
    • แนวทางป้องกัน เคาะรองเท้าก่อนใส่ทุกครั้ง ใช้ไม้เคาะสำรวจกองสิ่งของก่อนหยิบจับ ตรวจเช็กคราบผ้าและผ้าห่มบนเตียงก่อนนอน
    • หากถูกสัตว์มีพิษกัด จดจำลักษณะสัตว์ให้ชัดเจน ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด เคลื่อนไหวส่วนที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด และโทรประสาน 1669 เพื่อนำส่งโรงพยาบาลทันที
  • โรคฉี่หนู (Leptospirosis) และพยาธิ
    • ข้อห้ามสำคัญ ห้ามเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า โดยเฉพาะคนที่มีบาดแผล แผลถลอก หรือโรคผิวหนังที่เท้า เพราะเชื้อฉี่หนูและพยาธิจะซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
    • การดูแลสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดอุ้งเท้าและขนของหมาและแมวด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีหลังจากสัมผัสน้ำท่วม เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงติดเชื้อหรือนำเชื้อโรคเข้าบ้าน

เฟสที่ 3 ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด

เมื่อสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายและน้ำลดลงแล้ว ยังมีขั้นตอนสำคัญในการฟื้นฟูบ้านอย่างปลอดภัย ตรวจเช็กระบบไฟฟ้า ขัดคราบโคลน กฎเหล็กการดูแลรถจมน้ำ รวมถึงการรักษาสิทธิในการลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ

สรุปแนวทางปฏิบัติสำคัญ 8 ข้อที่ต้องดำเนินการทันทีหลังน้ำลด เพื่อฟื้นฟูบ้าน ยานพาหนะ และดูแลสุขภาพอย่างปลอดภัย

  1. ตัดระบบไฟฟ้าและตรวจเช็กก่อนใช้งาน สับคัตเอาต์ตัดไฟก่อนเข้าบ้านเสมอ และให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบตู้ควบคุม สายไฟ รวมถึงปลั๊กไฟให้แห้งสนิทและปลอดภัยก่อนเปิดใช้งาน
  2. เร่งขัดคราบโคลนขณะยังเปียก ฉีดล้างโคลนทันทีโดยใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานตามประเภทพื้นผิว แล้วทำความสะอาดขั้นตอนสุดท้ายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น Dettol หรือน้ำยาซักผ้าขาว
  3. ทิ้งปลั๊กพ่วงและปลั๊กสามตาที่จมน้ำ ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่เด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดสนิมภายในและลดเสี่ยงอัคคีภัยจากไฟลัดวงจร
  4. ห้ามสตาร์ตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ปลดขั้วแบตเตอรี่เพื่อตัดระบบไฟทันที และใช้บริการรถสไลด์ยกลากเข้าอู่หรือศูนย์บริการเท่านั้น
  5. ทำความสะอาดรถอย่างถูกวิธี ใช้น้ำแรงดันต่ำฉีดล้างตัวรถ ถอดพรมและเบาะออกซักตากแดด ห้ามใช้สายยางฉีดน้ำเข้าภายในห้องโดยสาร และห้ามใช้น้ำแรงดันสูงฉีดอัดห้องเครื่องหรือเรือนไมล์
  6. สวมรองเท้าบูทยางและดูแลสัตว์เลี้ยง ใส่บูทยางทุกครั้งที่เดินลุยน้ำหรือโคลนเพื่อป้องกันโรคฉี่หนูและพยาธิชอนไชผิวหนัง พร้อมฟอกล้างทำความสะอาดอุ้งเท้าและขนของสัตว์เลี้ยงหลังสัมผัสน้ำท่วม
  7. ประเมินและดูแลสุขภาพจิตใจ หากมีภาวะเครียดสะสมหลังประสบภัย สามารถติดต่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือแอปพลิเคชัน OOCA
  8. ยื่นขอรับเงินเยียวยาอุทกภัย ลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือยื่นคำร้อง ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือสำนักงานเขตในพื้นที่

อ่านต่อใน คู่มือฟื้นฟูหลังน้ำท่วม : 8 สิ่งต้องรีบทำทันทีหลังน้ำลด ดูแลคน สัตว์ รถ บ้าน จิตใจ

แหล่งอ้างอิงและเบอร์สายด่วนฉุกเฉิน (ติดต่อกรณีไหนบ้าง)

  • สายด่วนนิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โทร. 1784  เว็บไซต์ ปภ. ติดต่อแจ้งเหตุอุทกภัย ขอความช่วยเหลือในการอพยพ ขอเรือยาง หรือรับถุงยังชีพฉุกเฉิน
  • ศูนย์พยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182  เว็บไซต์ กรมอุตุฯ ติดต่อเช็กสภาพอากาศ ทิศทางพายุ และประกาศเตือนภัยฝนตกหนักสะสม
  • สายด่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) โทร. 1129  เว็บไซต์ PEA ติดต่อแจ้งตัดไฟฉุกเฉิน ไฟรั่ว เสาไฟล้ม หรือหม้อแปลงระเบิด (สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด)
  • สายด่วนการไฟฟ้านครหลวง (MEA) โทร. 1130  เว็บไซต์ MEA ติดต่อแจ้งตัดไฟฉุกเฉิน ไฟรั่ว เสาไฟล้ม หรือสายไฟขาด (สำหรับพื้นที่ กทม., นนทบุรี และสมุทรปราการ)
  • สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) โทร. 1669 ติดต่อเมื่อมีผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน ถูกสัตว์มีพิษกัด หรือต้องการรถพยาบาลรับผู้ป่วยลุยน้ำท่วม

การสื่อสารภัยพิบัติที่เข้าใจง่ายยามวิกฤต

Learn Studio เป็นพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Visual Communication และ Motion Graphic ที่พร้อมช่วยหน่วยงานภาครัฐ องค์กร และแบรนด์ต่าง ๆ ย่อยข้อมูลเตือนภัย ขั้นตอนการปฏิบัติตัวในภาวะวิกฤต ตลอดจนมาตรการช่วยเหลืออุทกภัยที่ซับซ้อน ให้กลายเป็น Visual Note, Infographic และคลิปวิดีโอเข้าใจง่าย สื่อสารตรงถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำผ่านทุกช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลความปลอดภัยที่ถูกต้องและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีในยามเกิดภัยพิบัติ

ลำดับความสำคัญแรก ๆ คือการตัดระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟดูด
ลำดับความสำคัญแรก ๆ คือการตัดระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟดูด

ภาพจาก Next News

บทความโดย ทีม Learn Studio

SHARE