ใครกำลังจะเช่าหรือเตรียมซื้อโทรศัพท์ใหม่เพราะไปคอนเสิร์ตบ่อย แต่ยังไม่รู้ว่าใช้โทรศัพท์รุ่นไหนดีบ้าง ?
ครั้งนี้พามาเทียบสเปกโทรศัพท์มือถือเรือธง 3 รุ่นยอดนิยมสำหรับสายคอนเสิร์ต คือ
พร้อมคู่มือตั้งค่ากล้องมือถือทั้งถ่ายรูปและวิดีโอ เพื่อให้ทุกคนเลือกใช้มือถือได้ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเอง



Table of Contents
Checklist สเปกเริ่มต้นแต่ละรุ่นสำหรับสายไปคอนเสิร์ต
เริ่มแรกมาทำความรู้จักสเปกโทรศัพท์เบื้องต้นที่ส่งผลกับสายคอนเสิร์ตกันก่อนว่า โทรศัพท์แต่ละเครื่องเหมือนหรือต่างกันขนาดไหน แล้วเครื่องไหนเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองที่สุด
Screen Size
จุดเช็กแรกสำหรับการเลือกโทรศัพท์มือถือ คือ ขนาดของเครื่อง นอกจากช่วยให้ถือได้ถนัดมือแล้ว ยังมีเรื่องการจัดองค์ประกอบภาพ แตะล็อกจุดโฟกัสบนหน้าศิลปิน และเช็กความคมชัด/แสงที่หน้างานทำได้ง่ายและสบายตาขึ้น
ซึ่งทั้ง 3 รุ่นที่นำมาเทียบครั้งนี้ แม้ขนาดไม่ต่างกัน แต่วัสดุหรือรูปลักษณ์ก็ยังมีความแตกต่างกันเล็กน้อย
- Samsung Galaxy S26 Ultra และ iPhone 17 Pro Max : มีขนาด 6.9 นิ้วเท่ากัน
- Vivo X300 ultra : มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย อยู่ที่ 6.82 นิ้ว
Weight
น้ำหนักของโทรศัพท์ไม่ควรหนักเกินไป เพื่อลดอาการเมื่อยล้าของแขนและข้อมือเมื่อต้องยกชูโทรศัพท์ยาวนานต่อเนื่องตลอดโชว์ 2-3 ชั่วโมง
- Samsung Galaxy S26 Ultra : หนัก 214 กรัม เบาที่สุด
- iPhone 17 Pro Max : หนัก 231 กรัม
- Vivo X300 ultra : หนัก 232-237 กรัม ตามรุ่น
RAM
จุดสำคัญที่คนมักจะดูกันเวลาเลือกซื้อโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ เพราะ RAM คือ หน่วยความจำหลักชั่วคราว มีหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลที่กำลังใช้งานอยู่ในขณะนั้น ทำให้ RAM ส่งผลต่อความเร็วเครื่องเวลาเราแอปพลิเคชัน เปิดกล้อง เว็บไซต์ หากแรมไม่พอก็จะเกิดอาการหน่วง เครื่องค้างได้ง่าย
สำหรับสายคอนเสิร์ต ถ่ายรูป วิดีโอ เจ้า RAM นี่ก็ส่งผลกับการประมวลผลรูปขณะถ่าย ช่วยให้กล้องบันทึกภาพซ้ำๆ ได้เร็ว รัวชัตเตอร์ติด ๆ กันได้โดยแอปกล้องไม่ค้างหรือเด้งดับ
- Vivo X300 ultra : โดดเด่นที่สุุด ขนาด RAM 16 GB
- Samsung Galaxy S26 Ultra และ iPhone 17 Pro Max : ขนาด 12 GB
Storage
พื้นที่จัดเก็บไฟล์ในเครื่อง แน่นอนว่าขาดไปไม่ได้เลย เพราะยิ่งถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงยิ่งกินพื้นที่มาก เช่น วิดีโอขนาด 4k ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน 1 ไฟล์อาจใช้พื้นที่ถึง 1 GB ได้เลยทีเดียว
โทรศัพท์ทั้ง 3 รุ่น มีพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นที่ 256 GB และสูงสุดได้ถึง 2 TB สำหรับ iPhone 17 Pro Max ขณะที่อีก 2 รุ่น สูงสุดที่ 1 TB
Resolution & Video Playing Resolution
คือ จำนวนพิกเซลบนจอ หรือความละเอียดของจอภาพ ช่วยให้ได้ภาพและวิดีโอเนียน คมชัด เห็นรายละเอียดบนหน้าศิลปินชัดเจน แม้ซูมภาพก็ไม่แตกนั่นเอง แต่ถ้าถ่ายวิดีโอก็ดูเพียงความละเอียดไม่ได้ แต่ยังต้องสอดคล้องกับค่าอื่น ๆ อย่าง Frame rate ด้วยเช่นกัน
- Samsung Galaxy S26 Ultra : 3120 × 1440 px; Video 8k 30fps, 4k 120fps
- iPhone 17 Pro Max : 2868 x 1320 px; Video 4k 120fps
- Vivo X300 ultra : 3168 × 1440 px; Video 8k 30fps, 4k 120fps
Refresh Rate
ความเร็วในการแสดงผลภาพบนหน้าจอต่อวินาที มีหน่วยเป็นเฮิรตซ์ (Hz) ช่วยให้หน้าจอพรีวิวภาพขณะเคลื่อนไหวกล้องตามศิลปินที่เต้นบนเวทีมีความนุ่มนวล และตอบสนองต่อการแตะโฟกัสบนหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ
มาตรฐาน Refresh Rate คือ 30-60 Hz ก็เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป หากต้องการความลื่นไหลกว่านี้อาจเป็น 90 หรือ 120 Hz เช่น สำหรับเล่นเกมที่ต้องการความรวดเร็วในการใช้งานแต่ก็จะใช้แบตเตอรี่มากขึ้น
สำหรับถ่ายคอนเสิร์ตแล้วส่วนมากจึงนิยมตั้งค่าอยู่ที่ 60, 90 หรือ 120 Hz เพื่อให้ได้ภาพและวิดีโอที่มีความละเอียด เห็นท่วงท่าการขยับท่าเต้นได้ชัดเจน
Samsung Galaxy S26 Ultra : 120 Hz
iPhone 17 Pro Max : 120 Hz
Vivo X300 ultra : 144 Hz
Battery
ความจุแบตเตอรี่ มีหน่วยเป็นมิลลิแอมป์-ชั่วโมง (mAh) การถ่ายวิดีโอ 4K และเปิดความสว่างหน้าจอสูงในที่มืดกินพลังงานแบตเตอรี่มหาศาล แบตเตอรี่ความจุสูงจะช่วยให้อัดวิดีโอยาวๆ ตั้งแต่ช่วง Soundcheck จนถึงช่วง Encore จบคอนเสิร์ตได้โดยแบตเตอรี่ไม่หมดกลางคัน
ปัจจุบันมาตรฐานของแบตโทรศัพท์อยู่ที่ประมาณ 5,000 mAh หากใช้งานธรรมดาโซเชียลก็เพียงพอสำหรับทั้งวัน แต่สำหรับการถ่ายคอนเสิร์ตอาจจะต้องใช้แบตเตอรี่ที่มากกว่า ก็อาจต้องเตรียมแบตเตอรี่สำรองเผื่อไว้ด้วย
Samsung Galaxy S26 Ultra : 5000 mAh
iPhone 17 Pro Max : 4832 mAh
Vivo X300 ultra : 6600 mAh
Rear Camera & Front Camera
Rear Camera หรือ กล้องหลัง เป็นหัวใจหลักส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับสายถ่ายคอนเสิร์ต ! ปัจจุบันโทรศัพท์รุ่นใหม่ ๆ มีกล้องหลังถึง 3 ตัวเลยทีเดียว แล้วกล้องแต่ละตัวเหมาะสำหรับถ่ายอะไร ต่างหรือเหมือนกันอย่างไร ? มารู้จักกล้องแต่ละชนิดที่มีในโทรศัพท์กันกว่าดีกว่า
Main Camera : ให้รายละเอียดภาพนิ่งคมชัดสูง นำมา Crop ภาพศิลปินทีหลังภาพก็ยังไม่แตก
Telephoto Camera (เลนส์ซูม) : หัวใจสำคัญของสายคอนเสิร์ต ช่วยให้สามารถซูมภาพ Optical/Periscope 3x – 5x หรือใช้ AI ซูม 10x-30x ดึงภาพศิลปินบนเวทีเข้ามาใกล้หน้าเหมือนนั่งแถวหน้า แม้เราจะนั่งอยู่บัตรดอย
Ultra-Wide Camera (มุมกว้าง): ใช้เก็บภาพบรรยากาศรวมทั้งฮอลล์ ทะเลแท่งไฟ หรือเอฟเฟกต์ไฟบนเวทีอลังการ
แล้วขนาดกล้อง 18 MP 48MP หรือสูงถึง 200 MP เลขต่างกันขนาดนี้ส่งผลอะไรบ้าง ?
หน่วย MP ชื่อเต็มคือ Mega Pixels คือขนาดความละเอียดของภาพนั่นเอง ยิ่งเลขมากภาพก็จะคมชัดมากแม้เราจะซูม Crop ภาพแล้วภาพก็ยังไม่แตกหรือเบลอ เพราะภาพมีความละเอียดสูงหลายล้านพิกเซล
| X300 ultra | Galaxy S26 Ultra | iPhone 17 Pro Max | |
| Rear Camera | Main 200 MP Telephoto 200 MP Ultra-Wide 50 MP | Main 200 MP Ultra-Wide 50 MP Telephoto×5 50 MP Telephoto×3 10 MP | Main/Ultra-Wide/Telephoto 48MP |
| Front Camera | 50 MP | 12 MP | 18 MP |
สรุปสเปกโทรศัพท์รุ่นเรือธงสำหรับสายคอนเสิร์ต
| X300 ultra | Galaxy S26 Ultra | iPhone 17 Pro Max | |
| Screen Size | 6.82 inches (17.32 cm) | 6.9 inches (17.53 cm) | 6.9 inches (17.53 cm) |
| Weight | 232-237 g | 214 g | 231 g |
| RAM | 16 GB | 12 GB | 12 GB |
| Storage | 256GB/512GB/1TB | 256GB/512GB/1TB | 256GB/512GB/1TB/2TB |
| Battery | 6600 mAh | 5000 mAh | 4832 mAh |
| Resolution | 3168 × 1440 px | 3120 × 1440 px | 2868 x 1320 px |
| Video Playing Resolution | 8k 30fps 4k 120fps | 8k 30fps 4k 120fps | 4k 120fps |
| Refresh Rate | 144 Hz | 120 Hz | 120 Hz |
| Rear Camera | Main 200 MP Telephoto 200 MP Ultra-Wide 50 MP | Main 200 MP Ultra-Wide 50 MP Telephoto×5 50 MP Telephoto×3 10 MP | Main/Ultra-Wide/Telephoto 48MP |
| Front Camera | 50 MP | 12 MP | 18 MP |
จุดเด่น จุดด้อย สำหรับถ่ายคอนเสิร์ต แต่ละเครื่องต่างกันยังไง ?
Vivo X300 Ultra
จุดเด่น
- กล้อง Telephoto 200MP + แบตเตอรี่ 6,600 mAh
- ถ่ายภาพนิ่ง : เซนเซอร์ Telephoto ความละเอียดสูงถึง 200MP ช่วยให้การถ่ายเจาะใบหน้าศิลปินบนเวทีมีความคมชัดและเก็บรายละเอียดผิว โทนแสง ได้ลึกที่สุด นำภาพมาครอปตัดใช้งานภายหลังโดยที่ภาพไม่แตก
- ถ่ายวิดีโอ : ความจุแบตเตอรี่สูงถึง 6600 mAh ช่วยให้อัดวิดีโอความละเอียดสูงต่อเนื่องได้ยาวนานตลอดทั้งคอนเสิร์ตโดยไม่ต้องพะวงเรื่องแบตเตอรี่หมดกลางคัน
- ประสิทธิภาพรวม : RAM สูงสุด 16GB ประมวลผลภาพถ่าย RAW และอัลกอริทึมจัดการแสงไฟสปอตไลท์ได้รวดเร็ว ชัตเตอร์ไม่ค้าง
จุดด้อย
- น้ำหนักตัวเครื่อง (232 g) : เป็นรุ่นที่หนักที่สุดในกลุ่ม หากยกถ่ายวิดีโอสูงระดับสายตานาน ๆ อาจทำให้เมื่อยแขนได้ง่าย
- ระยะซูม Optical : เนื่องจากเน้นความละเอียดสูงที่ตัวเซนเซอร์หลักและเซนเซอร์ซูม การซูมระยะไกลมาก ๆ (เกิน 30x) จะพึ่งพาการประมวลผลของซอฟต์แวร์มากกว่าระบบเลนส์ซ้อนหลายระยะ จึงอาจต้องเพิ่มเลนส์เสริม
เหมาะกับการใช้งาน
โซนที่นั่งแถวหน้า-กลาง สายถ่ายภาพนิ่งแสงสวย ภาพคมชัด หรือถ่ายวิดีโอระยะยาว
Samsung Galaxy S26 Ultra
จุดเด่น
- ระบบกล้อง Telephoto คู่ (Dual Telephoto 5x + 3x) & น้ำหนักเบาที่สุด (214 g):
- ถ่ายภาพนิ่ง : เลนส์ Telephoto 5x (50MP) ร่วมกับ 3x (10MP) ให้ความยืดหยุ่นสูงมากในการเปลี่ยนระยะซูมถ่ายภาพศิลปินบนเวที ตั้งแต่ระยะกลางไปจนถึงระยะไกล ภาพคมชัดและนอยส์ต่ำ จึงเหมาะสำหรับที่นั่งบัตรดอยแม้ตัวจะไกลแต่ภาพใกล้ราวกับอยู่หน้าเวที
- ถ่ายวิดีโอ : น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 214 กรัม ซึ่งเบาที่สุดในกลุ่ม ช่วยให้การยกถือบันทึกวิดีโอ 4K สบายมือมากกว่า
- ประสิทธิภาพรวม : จอภาพความละเอียดสูง 3120 × 1440 px ช่วยให้พรีวิวเช็กโฟกัสบนหน้าศิลปินได้ชัดเจนที่สุดหน้างาน
จุดด้อย
- แบตเตอรี่ (5000 mAh) : ปริมาณแบตเตอรี่น้อยกว่า Vivo X300 Ultra ค่อนข้างมาก หากถ่ายวิดีโอ 4K 60fps และเปิดหน้าจอนาน ๆ อาจต้องใช้พาวเวอร์แบงก์ช่วย
- RAM 12GB : แม้จะเพียงพอต่อการใช้งาน แต่เมื่อเทียบกับ Vivo (16GB) ในการประมวลผลไฟล์ภาพ 200MP ซ้ำ ๆ ติดกัน อาจมีจังหวะประมวลผลช้ากว่าเล็กน้อย
เหมาะกับการใช้งาน
โซนที่นั่งบัตรดอย ระยะกลาง-ไกล เหมาะสำหรับถ่ายวิดีโอ ด้วยฟังก์ชันตั้งค่าไมค์ให้เลือกเฉพาะไมค์ติดแค่เสียงศิลปิน
iPhone 17 Pro Max
จุดเด่น
- ความจุสูงสุด 2TB & กล้องระบบ 48MP All-Sensors :
- ถ่ายวิดีโอ : โดดเด่นที่สุดด้วยความจุที่มีให้เลือกสูงสุดถึง 2TB ตอบโจทย์คนที่ชอบอัดวิดีโอ ProRes หรือ 4K 60fps ทั้งงานโดยไม่ต้องลบไฟล์ รวมถึงระบบไมโครโฟนและกันสั่นวิดีโอที่นิ่งที่สุด
- ถ่ายภาพนิ่ง : เซนเซอร์กล้องหลังปรับเป็นความละเอียด 48MP ครบทุกเลนส์ ทำให้การสลับระยะถ่ายภาพนิ่งมีความต่อเนื่อง สีผิวศิลปิน (Skin Tone) และการส่งผ่าน Dynamic Range ของไฟเวทีทำได้เนียนตาเป็นธรรมชาติ
จุดด้อย
- ความละเอียดเซนเซอร์กล้องหลัง (48MP) : เมื่อเทียบกับฝั่ง Android ที่ใช้เซนเซอร์หลักและเซนเซอร์ซูมความละเอียดสูงถึง 200MP การซูมเจาะภาพนิ่งระยะไกลมาก ๆ (เกิน 10x-20x ขึ้นไป) จะสูญเสียรายละเอียดและความคมชัดมากกว่า
- ความละเอียดหน้าจอ (2868 × 1320 px) : มีความละเอียดหนาแน่นพิกเซลน้อยกว่าฝั่ง Android เล็กน้อย
เหมาะกับการใช้งาน
โซนที่นั่งใกล้-กลาง หรือบัตรหลุม เหมาะสำหรับการถ่ายหลากหลายมุมเพราะความละเอียดที่เท่ากัน ทำให้ทั้งภาพและวิดีโอดูสมูท
สรุปการใช้งานโทรศัพท์ที่เหมาะกับการไปคอนเสิร์ต
| รุ่นโทรศัพท์ | โซนที่นั่ง | การถ่ายรูป |
| Vivo X300 Ultra | แถวหน้า-กลาง | สายถ่ายภาพนิ่ง ภาพคม แสงสวย |
| Samsung Galaxy S26 Ultra | แกถวกลาง-ไกล บัตรดอย | สายวิดีโอ เสียงชัด กล้องชัด |
| iPhone 17 Pro Max | บัตรหลุม แถวหน้า-กลาง | สายต่อเนื่องซูเปอร์สมูท สวยธรรมชติ |
ต้องตั้งค่ากล้องไหม ? ตั้งอย่างไรถึงจะถ่ายสวยคมชัด ?
มีโทรศัพท์พร้อมเข้าคอนเสิร์ตแล้วใช้ถ่ายได้เลยไหม จะสวยเหมือนที่คนอื่นเขารีวิวกันหรือเปล่า ? ทำยังไงจะถ่ายได้ชัดเหมือนตาเห็น ตอนนี้อุปกรณ์พร้อมแล้วก็มาดูวิธีตั้งค่ากันต่อได้เลย
เริ่มต้นแรกสุดสำหรับทุกเครื่องคือต้องปรับ Resolution & Frame Rate ปรับความละเอียดเป็น 4K 60fps
วิธีที่ 1 : แนะนำสำหรับมือใหม่/เน้นความไว
Vivo X300 Ultra : เปิดโหมด stage หรือโหมดเวที
วิธีที่ง่ายและไวที่สุด เพราะ Vivo ตั้งค่าพรีเซ็ตสำหรับการถ่ายบนเวทีมาให้แล้ว
- เปิดแอปกล้อง → เลื่อนไปเลือกโหมด More → เลือกโหมด stage
- ปรับระยะซูม แนะนำให้ใช้ระยะเลนส์จริง เช่น 3.7x (85mm) หรือ 4.7x/10x เพื่อดึงประสิทธิภาพจากเลนส์ Telephoto 200MP
- แตะล็อกจุดโฟกัส + ลด EV: แตะนิ้วลงบนใบหน้าของศิลปินบนหน้าจอ จากนั้นดึงรูปไอคอน ดวงอาทิตย์ปรับความสว่าง EV ลง เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟสปอตไลท์จ้าจนหน้าขาว
Samsung Galaxy S26 Ultra : โหมด Auto
- เลือกระยะซูมจริง (Optical Zoom) ระยะ 3x, 5x หรือ 10x บนหน้าจอ ไม่ถ่างนิ้วซูมตัวเลขแปลกๆ เพื่อให้ได้ความคมชัดจากเซนเซอร์จริง
- แตะล็อกโฟกัส + ดึง EV ลง : แตะค้างที่ใบหน้าศิลปินบนหน้าจอจนขึ้นไอคอน แม่กุญแจ (AE/AF Lock)
- ปิด Night Mode (โหมดกลางคืน) : ตรวจสอบว่าไอคอนรูปดวงจันทร์เสี้ยวที่มุมจอไม่ได้เปิดทำงานอยู่ เพราะ Night Mode จะลากสปีดชัตเตอร์ทำให้ภาพศิลปินเบลอทันทีที่มีการเคลื่อนไหว
iPhone 17 Pro Max : เตรียมตัวใน Settings
แรกสุดก่อนเริ่มถ่ายให้เข้าไปตั้งค่าใน Settings
- เข้า Settings → กล้อง → บันทึกวิดีโอ → เลือก 4k 60fps
- เลื่อนข้างล่างปิด ปิด Auto FPS
- ปิด Action mode Lower light และ Lock Camera กันภาพโดน Corp อัตโนมัติ
- เปิด Lock white balance หน้าศิลปินเราจะได้ไม่เพี้ยนไปกับแสงไฟจนเกินไป
- ก่อนเริ่มถ่ายอย่าลืมกดค้างเพื่อล็อกโฟกัส ถ้าขึ้น AE/AF Lock ก็ถือว่าใช้ได้ แล้วเริ่มกดถ่ายได้เลย



ข้อควรระวัง :
- คลิปตกขอบ เพราะกล้อง Crop ภาพอัตโนมัติจากฟังก์ชนกันสั่น จากการขยับกล้องจนทำให้ภาพสั่นมากเกินไป กล้องจะเลือกจับภาพที่นิ่งที่สุด ทำให้ภาพหรือวิดีโออาจตกขอบหลุดจากโฟกัสที่เราต้องการถ่าย
- คลิปหลุดโฟกัส แม้เราจะตั้งค่าล็อกโฟกัสไว้แล้ว แต่ถ้าเจอแสงไฟบนเวทีเปลี่ยนไปมาและศิลปินก็ต้องเต้นหรือขยับตัวอยู่ตลอด กล้องก็จะหาโฟกัสให้เราใหม่จนเกิดภาพเบลอ
วิธีที่ 2 : ตั้งค่าโหมด Pro
- Resolution & Frame Rate : ปรับความละเอียดเป็น 4K 60fps
- Shutter Speed (S) : ตั้งไว้ที่ 1/250 – 1/1,00 วินาที (ช่วยหยุดภาพการเคลื่อนไหวขณะศิลปินเต้น ให้ภาพนิ่งคมชัด)
- ISO : ตั้งไว้ที่ 200-800 (พยายามไม่เกิน 1600 เพื่อคุม Noise ในฉากหลังมืด)
- White Balance (WB) : ล็อกไว้ที่ 4500K-5000K เพื่อคงโทนสีผิวไม่เปลี่ยนไปตามไฟเวที
- Format : เลือกบันทึกเป็น RAW หรือ Ultra HD (200MP) หากต้องการนำภาพไปแต่งในโปรแกรมภายนอกต่อ
- (เฉพาะ Samsung Galaxy S26 Ultra) MIC (การตั้งค่าไมโครโฟน) : หากนั่งใกล้ลำโพงตู้ใหญ่ ให้เปลี่ยนการรับเสียงเป็น Rear (เน้นรับเสียงจากด้านหน้ากล้อง/บนเวที) หรือปรับลดค่า Gain ลงเพื่อไม่ให้เสียงเบสพีคจนแตก
- (เฉพาะ Samsung Galaxy S26 Ultra) Zoom Wheel: ใช้การหมุน Zoom Wheel ในโหมด Pro Video เพื่อการซูมเข้า-ออกที่นุ่มนวล เหมือนกล้องวิดีโอระดับมืออาชีพ
ใครอยากรู้เพิ่มเติมการตั้งค่ากล้องโหมด Pro สามารถลองอ่านบทความอื่นของเราได้ อย่างบทความ 5 เทคนิคเริ่มต้น ตั้งค่ากล้องถ่ายงาน Townhall ได้ทั้งรู้จักวิธีว่าการตั้งค่าแต่ละตัวช่วยอะไร ควรตั้งแต่แบบไหนถึงจะเหมาะอย่างครบถ้วน
ไม่ว่าจะใช้กล้องโทรศัพท์ทั่วไปหรือเรือธงตัวท็อป หัวใจสำคัญของการบันทึกภาพและวิดีโอคอนเสิร์ตให้ออกมาสมบูรณ์แบบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปกอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่คือ “การเข้าใจและควบคุมแสง” หน้างานอย่างแม่นยำ ทีนี้กล้องพร้อม ใจพร้อม ก็ขอให้ทุกคนกดบัตรคอนเสิร์ตได้และ Enjoy Concert ไปด้วยกัน
ทำไมถ่ายวิดีโอในคอนเสิร์ต แล้วเครื่องร้อนเร็วมากและกระตุก แก้ยังไง?
การถ่ายวิดีโอ 4K 60fps พร้อมประมวลผลระบบกันสั่น OIS และจัดการ Noise ในที่มืดใช้พลังงานชิปประมวลผลสูงมาก
– ถอดเคสมือถือหนา ๆ ออกขณะถ่าย
– เคลียร์แอปพลิเคชันเบื้องหลัง
– หลีกเลี่ยงการอัดคลิปยาวต่อเนื่องเกิน 5-10 นาทีต่อครั้ง
ซูมถ่ายคอนระยะ 10x ขึ้นไป อย่างไรให้ภาพไม่สั่น ?
ที่ระยะซูมสูง การขยับมือเพียงเล็กน้อยจะทำให้ภาพสั่นไหวอย่างรุนแรง แนะนำให้ใช้สองมือจับถือโทรศัพท์อย่างมั่นคง ดึงข้อศอกชิดแนบลำตัวเพื่อใช้ร่างกายเป็นฐานช่วยกันสั่น หรือใช้เทคนิคการหายใจเข้าแล้วกลั้นหายใจเบา ๆ ในช่วงที่กดชัตเตอร์ภาพนิ่ง
บทความโดย ทีม Learn Studio


