5 เทคนิคถ่ายที่มืด ตั้งค่ากล้องถ่ายงาน Townhall

5 เทคนิคเริ่มต้นตั้งค่ากล้องถ่ายงาน Townhall

การถ่ายวิดีโอหรือภาพถ่ายในงาน Townhall องค์กร ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากสำหรับทีมผู้จัดและช่างภาพ เพราะสภาพแสงในห้องประชุมใหญ่มักจะ
“มืดสนิทในฝั่งผู้ฟัง แต่มีแสงไฟสปอตไลต์ส่องสว่างเฉพาะจุดลงมาที่วิทยากรหรือจอบนเวที”

ลักษณะแสงแบบนี้มีความคล้ายกับที่เราเจอใน งานคอนเสิร์ตการแสดง หรือการถ่ายภาพวิวเมืองยามค่ำคืน ที่มีความต่างระดับของแสงสูงมาก (High Contrast) ซึ่งระบบกล้องแบบอัตโนมัติมักจะถูกหลอกได้ง่าย ผลคือหน้าวิทยากรขาวโพลนจนมองไม่เห็นรายละเอียด หรือไม่ก็ฉากหลังมืดดำสนิทจนมองไม่เห็นบรรยากาศงาน

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเทคนิคการตั้งค่ากล้องสำหรับงาน Townhall หรือการถ่ายภาพกลางคืน พื้นที่แสงน้อย เพื่อให้ได้วิดีโอและภาพถ่ายที่คมชัด และนำไปใช้งานต่อได้ทันที

1. ระบบวัดแสง Spot Metering ทำอย่างไรให้แสงโฟกัสไปบนเวที

ปกติแล้วกล้องจะใช้ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพ (Evaluative Metering) ดังนั้นเมื่อเราใช้กล้องโดยไม่ได้ตั้งค่าเลย ก็จะได้ภาพหรือวิดีโอที่พื้นที่ส่วนใหญ่ในฮอลล์มืด แล้วเมื่อพยายามดันแสงขึ้น หน้าวิทยากรหรือจอพื้นหลังก็สว่างจ้าเกินพอดี (Overexposed) 

การตั้งค่าระบบวัดแสงถือเป็นขั้นตอนแรก คือ การเปลี่ยนระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยเป็น Spot Metering หรือวัดแสงเฉพาะจุด ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่การวัดแสงแบบ Spot Metering จะตามจุดโฟกัสของกล้อง

เราแค่เลือกจุดวัดแสงไปที่พื้นที่ที่ต้องการจับภาพ เช่น ใบหน้าของวิทยากร กล้องก็จะปรับความสว่างภาพให้พอดีกับใบหน้าทันที โดยไม่สนใจความมืดรอบข้าง

2. ความไวชัตเตอร์กับการเคลื่อนไหว แก้ภาพเบลอ (Shutter Speed Control)

การถ่ายวิดีโอหรือภาพในงานกลางคืนอย่างการถ่ายรถวิ่งหรือคอนเสิร์ตที่มีการเต้น Speed Shutter คือตัวกำหนดความชัดในภาพ แม้วิทยากรหรือผู้บริหารจะไม่ได้เต้นเหมือนศิลปิน แต่ภาษากายและการเดินบนเวทีก็ทำให้ภาพเบลอได้หากตั้งค่าไม่ถูกต้อง

Speed Shutter คือ กลไกควบคุมระยะเวลารับแสงของกล้อง เพื่อกำหนดปริมาณแสงที่เข้าสู่เซนเซอร์ มาตรฐานจะถูกตั้งอยู่ที่ 1/60

โดยหน่วยวัดของความเร็วชัตเตอร์ คือ สัดส่วนต่อวินาที ยิ่งเลขวินาทีมาก ยิ่งปิดชัตเตอร์ไว เช่น 1/1,000 แสดงว่าแสงจะเข้าเซนเซอร์น้อย จึงได้ภาพที่มืด แต่สามารถช่วยหยุดการเคลื่อนไหวที่ช้ากว่าชัตเตอร์ได้ ทำให้ได้ภาพตอนศิลปินเต้นคมชัด ไม่เบลอเป็นภาพวูบไหวหรือเส้นแสง

ถ้าเลขวินาทีน้อย เช่น 1/25 เปิดแสงเข้าเซนเซอร์นานจะได้รูปที่สว่างกว่า และหากมีสิ่งเคลื่อนไหวไวกว่า Speed Shutter จะจับภาพทันก็จะได้ภาพเบลอ หรือ Motion Blur Effect  เช่น ได้ภาพรถยนต์เป็นเส้นแสง

สิ่งที่มาคู่กับ Speed Shutter ในการตั้งค่ากล้องวิดีโอคือ Frame Rate หมายถึง จำนวนภาพที่แสดงผลต่อหนึ่งวินาที โดยมีหน่วยเป็น FPS หรือ Frames per second

มาตรฐานของวิดีโอจะมี Frame Rate อยู่ที่ 24, 30 และ 60 fps ยิ่งเลขมากยิ่งบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ละเอียดและลื่นมากขึ้น แต่ fps สูง ไม่ได้หมายความว่าดีเสมอไป ควรเลือกให้เหมาะกับประเภทงาน สเปกกล้อง หรือขนาดวิดีโอที่ต้องการ

  • ตั้งค่าสำหรับวิดีโอ : ใช้หลักการ 180-Degree Shutter Rule คือตั้งสปีดชัตเตอร์เป็น 2 เท่าของ Frame Rate ที่ใช้ถ่าย เช่น
    • ถ่ายวิดีโอ 4K 24fps → ตั้ง Shutter Speed ไว้ที่ 1/50 วินาที
    • ถ่ายวิดีโอ 1080p 60fps → ตั้ง Shutter Speed ไว้ที่ 1/125 วินาที
  • ตั้งค่าสำหรับภาพนิ่ง :
    • ผู้บริหารยืนพูดนิ่ง ๆ : ใช้สปีดชัตเตอร์ 1/125 – 1/160 วินาที
    • ผู้บริหารเดินบนเวที : ให้เพิ่มสปีดชัตเตอร์เป็น 1/250 – 1/320 วินาที (คล้ายกับการถ่ายบนเวทีคอนเสิร์ต) เพื่อหยุดภาพให้นิ่งสนิท ไม่เบลอตามการขยับมือหรือสีหน้า

สามารถนำไปปรับใช้กับงานอื่น ๆ เช่น คอนเสิร์ต แต่ศิลปินบนเวทีมีทั้งการเต้นหรือเคลื่อนไหวมากกว่างานประชุมภายในองค์กร อาจจะลองปรับ Shutter Speed เป็น 1/500-1/1,000 วินาที เพื่อให้สามารถจับภาพที่เคลื่อนไหวรวดเร็วได้

3. เปิดรูรับแสงให้กว้างที่สุด เพื่อสร้างมิติและลด Noise (Aperture & ISO)

เทคนิคเดียวกับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตกลางคืนหรือภาพ Street ยามค่ำคืน คือการพึ่งพาเลนส์ที่มีค่ารูรับแสงกว้าง (Aperture) เพื่อรับแสงเข้าเซนเซอร์ให้ได้มากที่สุดโดยไม่ต้องดัน ISO (ค่าความไวแสง) สูงจนภาพแตก

รู้รับแสง (Aperture) คือ ช่องที่แสงลอดผ่านเข้ามาหาเซนเซอร์กล้อง เหมือนกับรูม่านตาของมนุษย์ คือ เมื่ออยู่ที่มืด ม่านตาหรือรูรับแสงจะกว้างเพื่อรับแสงให้มากขึ้น ดังนั้นการตั้งค่าถ่ายภาพหรือวิดีโอในที่มืดจึงควรตั้งค่ารูรับแสงให้กว้างเช่นเดียวกัน (ค่า f น้อย)

  • ใช้เลนส์ระยะ Telephoto หรือ Portrait ที่ f/1.8 – f/2.8 : การเปิด f กว้างนอกจากจะช่วยให้ภาพสว่างขึ้นในที่มืดแล้ว ยังช่วย “ละลายฉากหลัง” ที่เป็นผู้ฟังหรือห้องประชุมมืด ๆ ให้กลายเป็นความละมุน (Bokeh) ช่วยส่งให้ผู้บริหารบนเวทีดูโดดเด่นและน่าเกรงขามแบบผู้นำ

เมื่อปรับค่ารูรับแสงจนกว้างพอแล้ว เราจึงไม่ต้องปรับค่าความไวแสง หรือ ISO สูงจนภาพแตก แต่ก็ยังต้องปรับให้เหมาะสมกับภาพที่เราถ่าย

ISO หรือ ค่าความไวแสง ถ้าตัวเลขน้อย คือ ความไวแสงต่ำ เช่น 50, 100, 200 แต่เราต้องการถ่ายในที่แสงมืดจึงต้องการความไวแสงสูง  แต่ไม่ควรมากเกินไปเพราะจะได้ภาพรายละเอียดต่ำ ความคมชัดลดลง เราจึงต้องปรับค่ารูรับแสงก่อนปรับค่า ISO นั่นเอง

  • การปรับค่า ISO ในงาน Townhall : ควรคุมระดับ ISO ให้อยู่ในช่วง 1,600-3,200 (หรือสูงสุดไม่เกิน 6,400 ตามสเปกกล้อง) หากใช้โหมด Auto ISO ให้ล็อกค่า Maximum ISO Limit ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้กล้องแอบดัน ISO ไปถึงหลักหมื่นในจังหวะที่ผู้บริหารเดินเข้ามุมมืด เพราะจะทำให้คลิปวิดีโอเต็มไปด้วย Noise ทันที

4. ระบบโฟกัสล็อกใบหน้า ทำอย่างไรไม่ให้กล้อง “วืด” (Focus Hunting)

ในงาน Townhall มักมีช่วงแสงจากจอภาพ Projectors หรือจอ LED ส่งผลกระทบต่อสีผิว หรือแสงสปอตไลต์ กับกล้องที่ถูกตั้งค่าเริ่มต้นใช้ ความต่างของแสงและสี ในการหาจุดโฟกัส พอเราถ่ายในที่มืด กล้องจึงมองไม่เห็นรายละเอียดต่าง ๆ เลนส์จึงขยับเข้าออกเพื่อหาจุดโฟกัส

  • เปิดระบบ Eye AF / Subject Tracking : หากกล้องรุ่นใหม่สามารถเปิดระบบโฟกัสดวงตาและใบหน้าได้แม้อยู่ภายใต้แสงสปอตไลต์ โดยตั้งระบบโฟกัสเป็น AF-C (Continuous Focus) เพื่อให้จุดโฟกัสวิ่งตามใบหน้าผู้บริหารตลอดเวลาที่ก้าวเดินบนเวที
  • ถ้ายังไม่ติด ให้ใช้ Single Point AF (จุดโฟกัสเดี่ยวเล็ก) : เลื่อนจุดโฟกัสไปวางใน บริเวณที่มีความต่างของแสงชัดเจนที่สุด บนตัวแบบ เช่น ขอบเสื้อเชิ้ตตัดกับผิวหนัง ดวงตาหรือคิ้ว ไมโครโฟนที่กระทบแสงไฟ โลโก้บนเสื้อ
  • หลีกเลี่ยงการโฟกัสบนเสื้อสีดำ : หรือผิวเนียน ๆ ที่ไม่มีมิติแสง เพราะกล้องจะจับโฟกัสไม่ได้
การโฟกัสบุคคลบนเวทีเพื่อลดผลกระทบของแสงสปอตไลต์

5. การจัดการกับ “สีของไฟสปอตไลต์” (White Balance & RAW File)

ไฟสปอตไลต์ในงานคอนเสิร์ตหรือ Townhall มักมีหลายสี เช่น ไฟสีส้มวอร์มไลต์ ไฟสีแดง สีน้ำเงิน หรือสีเขียว ซึ่งทำให้ระบบ Auto White Balance (AWB) ของกล้องสับสน

วิธีแก้เริ่มต้นมี 2 วิธี คือ

  1. หากเลือกปรับก่อนถ่ายต้องเลิกใช้ระบบ Auto แล้วตั้งค่าหน่วยอุณหภูมิหรือ Kelvin ที่มาพร้อมตัวเลข
  2. ปรับหลังถ่ายด้วย RAW file
  • ตั้งค่า Kelvin (K) แบบล็อกค่าคงที่ : เมื่อสไลด์บนจอบนเวทีเปลี่ยนสี กล้องจะปรับสีผิวผู้บริหารเพี้ยนไปมา ให้เปลี่ยนมาตั้งค่า WB แบบ Custom Kelvin โดยล็อกไว้ที่ประมาณ 4,500K-5,200K เพื่อรักษาโทนสีผิว (Skin Tone) ของผู้บริหารให้ดูเป็นธรรมชาติและต่อเนื่องกันทั้งคลิป
  • ถ่ายด้วย ไฟล์ RAW : ไฟล์ที่จัดเก็บข้อมูลดั้งเดิมของแสงหรือสีไว้ครบถ้วน โดยไม่ผ่านการบีบอัด หากถ่ายมาแล้วสีผิววิทยากรเพี้ยนจากไฟสปอตไลต์เกินไปก็สามารถนำไปปรับค่า White Balance กับโปรแกรมตัดต่ออื่น ๆ ต่อได้โดยไม่เสียคุณภาพ แต่แลกมาด้วยไฟล์ขนาดใหญ่

สรุปสเปกการตั้งค่ากล้องแนะนำสำหรับงาน Townhall

  • Mode : Manual (M)
  • Metering : Spot Metering (วัดแสงที่ใบหน้า)
  • Aperture (f) : กว้าง f/1.8 – f/2.8
  • Shutter Speed : 1/125-1/250 วินาที (สำหรับภาพนิ่ง) / สัมพันธ์กับ Frame Rate (สำหรับวิดีโอ)
  • ISO: 1,600-3,200 (ล็อกค่าสูงสุดไว้)
  • Focus: AF-C + Eye Detection
  • White Balance: Custom Kelvin (4,500K-5,500K) หรือถ่ายเป็นไฟล์ RAW เพื่อนำมาปรับต่อ

ดังนั้นการถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมแสงน้อย ไม่ใช่แค่เรื่องของการมีกล้องราคาแพง แต่คือ การเข้าใจการตั้งค่ากล้องให้เหมาะสม สำหรับงานสำคัญขององค์กร เช่น งานประชุมใหญ่ประจำปี (Townhall) หรืองานเปิดตัวสินค้า การทำความเข้าใจเครื่องมือหรือเลือกลงทุนกับทีมถ่ายทำมืออาชีพจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ทั้งงานภาพถ่าย หรือ งานวิดีโอองค์กร ที่คุณภาพคุ้มราคา จบปัญหาและความยุ่งเหยิงในงานหลังบ้านตอนวันงาน

บทความโดย ทีม Learn Studio

SHARE